แบไต๋การเล่นบาคาร่า เล่นยังไงให้ชนะ!!  (ภาค ๒)

แบไต๋การเล่นบาคาร่า เล่นยังไงให้ชนะ!!  (ภาค ๒)

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เกมส์บาคาร่า เป็นเกมส์ที่ได้รับความนิยมจากผู้เล่นทั่วโลกจำนวนมาก  ในตอนที่แล้ว เราได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับเกมส์ไพ่บาคาร่า ถึงวิธีการเล่นบาคาร่า และ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ตำแหน่งต่าง ๆ บนโต๊ะบาคาร่า ว่าตำแหน่งใดบ้าง ที่ผู้เล่นสามารถวางเดิมพันได้ การเดิมพันในบาคาร่า มีกี่แบบ และกี่ประเภท ในส่วนต่อไปนี้  จะพูดถึงหลักและวิธีการของไพ่บาคาร่า ว่าผู้เล่นควรทราบอะไรเกี่ยวกับเกมส์นี้อีกบ้าง

กฎบาคาร่า – การนับแต้มของไพ่บาคาร่า

ในเกมส์บาคาร่า การนับแต้มของไพ่ จะมีดังต่อไปนี้  ไพ่มีค่าหรือมีจำนวนแต้มเท่ากับตัวเลขของไพ่ที่ปรากฏ ยกเว้นไพ่เอซ (A)  จะมีมูลค่าเท่ากับ 1 แต้ม และไพ่ที่เป็นรูปภาพ J,Q,K,10 ไพ่เหล่านี้ จะมีมูลค่าเท่ากับ 10 แต้ม หรือเรียกอีกอย่างว่า “ศูนย์” นั่นเอง  โดยหลักการนับแต้มไพ่ ผู้เล่นต้องนับรวมกันให้เหลือเพียงตัวเลข หลักเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะมีแต้มไพ่เท่าใดก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อทางดีลเลอร์ทำการแจกไพ่จำนวนสองใบ เมื่อหงายไพ่มา ปรากฏว่า มีไพ่ เลข 10,8 ไพ่สองใบนี้ รวมกัน จะเท่ากับ 18 แต้ม แต่การนับไป คือ นับเพียงตัวเลขตัวเดียว นั่นหมายถึงว่า ไพ่ที่มีจำนวนตั้งแต่ 10 แต้มขึ้นไป จะเท่ากับ 0 ดังนั้น แต้มไพ่จากสองใบดังกล่าว จะเท่ากับ 8 แต้ม  หากผู้เล่นยังคงสับสนอยู่ ให้จำหลักการนับไพ่ต่อไปนี้

  • ACES “เอซ” (A)  จะนับแต้มเป็น 1 แต้ม เสมอ
  • ไพ่ ที่มีตัวเลขตั้งแต่ 2-9  จะนับแต้มตามจำนวนตัวเลขที่ปรากฏ
  • ดอกของไพ่ จะไม่เกี่ยวข้องกับการนับแต้ม (ดอกจิก,หัวใจ,โพธิ์ดำ,ข้าวหลามตัด)
  • ไพ่ ที่มีตัวอักษร  J,Q,K,และ 10 จะนับแต้มเป็น “ศูนย์” 0

วิธีการเอาชนะบาคาร่าออนไลน์ ทำอย่างไร?

การเล่นไพ่บาคาร่า หากผู้เล่นได้รับการแจกไพ่ โดยมีแต้มเท่ากับ 8 หรือ 9 แต้ม  แต้มเหล่านี้จะเป็น “เนเชอรัล” และจะ ชนะไปโดยปริยาย เว้นเสียแต่ว่า ทางดีลเลอร์ หรือเจ้ามือเอง ก็ได้รับไพ่เนเชอรัล และมีแต้มเท่ากัน หากว่าทางดีลเลอร์นั้น มีแต้มอื่นๆ ที่นับรวมกันแล้ว นอกเหนือจาก แต้มเนเชอรัลนี้ ทางดีลเลอร์ จะทำการแจกไพ่ใบที่สาม หรือ อาจจะไม่ต้องการไพ่ใบที่สาม  ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับแต้มรวม ที่ดีลเลอร์มีอยู่ ณ ขณะนั้นนั่นเอง มีกฎที่สำคัญพิเศษ สำหรับผู้เล่น และดีลเลอร์ ที่ต้องการจะเรียกไพ่ใบที่สาม โดยที่ เมื่อผู้เล่นต้องการที่จะรับไพ่ใบที่สาม ก็ต่อเมื่อ ผู้เล่นได้รับไพ่สองใบแรก โดยมีแต้มน้อยกว่า หรือเท่ากับ 5 แต้ม และนี่ไม่ใช่การตัดสินใจของผู้เล่น  แต่การกระทำเช่นนี้ จะเป็นกฎของเกมส์ที่จะทำการแจกไพ่ใบที่สามโดย อัตโนมัติทันที

ในทำนองเดียวกัน  ดีลเลอร์ จะทำการตัดสินใจแจกไพ่ใบที่สามให้แก่ตนเองทันที หากมีแต้มเข้าข่ายกฎของบาคาร่ากำหนดเอาไว้ โดยทางดีลเลอร์จะต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ ถูกกำหนดเอาไว้ในเรื่องของกฏระเบียบ และข้อปฏิบัติของดีลเลอร์ ในเกมส์บาคาร่าอยู่แล้ว  และใครก็ตาม ที่มีแต้มไพ่สูงกว่าคู่ต่อสู้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะนั่นเอง

การวางเดิมพันในเกมส์ไพ่บาคาร่า

บาคาร่า เป็นเกมส์ที่ผู้เล่นสามารถเลือกวางเดิมพันได้ ว่าต้องการจะวางเดิมพันฝั่งใด  ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Player หรือ Banker ก็ตาม หากฝั่งใดก็ตามที่ผู้เล่นวางเดิมพันนั้น มีแต้มมากกว่า ก็จะถือว่า “ชนะ”  ตัวเลือกอีกหนึ่งอย่างสำหรับผู้เล่นก็คือ การวาเดิมพัน “เสมอ” ผู้เล่นจะชนะก็ต่อเมื่อ Banker และ Plyer มีแต้มของไพ่ออกมาเท่ากัน  การเดิมพันเหล่านี้ เป็นการเดิมพันที่มีอัตราต่ำและควรจะหลีกเลี่ยง อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เล่นเลือกเดิมพันในส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของ Player, Banker และ Tie   ผู้เล่นต้องตัดสินในอย่างแน่นอนแล้วว่า เลือกเดิมพันฝั่งใด จากนั้น ก่อนที่ผู้เล่นจะรู้ผลลัพธ์ของไพ่ว่า มีจำนวนเท่าใด ผู้เล่นจะต้องรู้ว่า อัตราการจ่าย เมื่อผู้เล่นชนะ ของการเดิมพันสามทางนี้ มีค่าเรทเท่าใด  

การจ่ายเงินรางวัลสำหรับการเดิมพันสามช่องทางนี้ จะเป็นดังต่อไปนี้

  • หากเดิมพันฝั่งผู้เล่น แล้วชนะ จะได้รับการจ่ายเป็น 1-1 เท่า
  • หากเดิมพันฝั่งดีลเลอร์ แล้วชนะ จะได้รับการจ่ายเป็น 1-1 เท่า แต่ถูกหักค่าคอมมิชชั่น 5% สำหรับคาสิโน
  • หากเดิมพัน เสมอ แล้วชนะ  ผู้เล่นจะได้รับการจ่ายมากที่สุด  คือ 8-1 เท่า สำหรับคาสิโนทั่ว ๆ ไปส่วนใหญ่  บางครั้ง บางที่อาจจะให้ เป็น 9-1 เท่า ซึ่งจะไม่บ่อยนัก