สอนวิธีการเล่นไพ่แบล็คแจ็ค

ประวัติของเกมส์แบล็คแจ็ค

ประวัติของเกมส์แบล็คแจ็คได้ถูกรวบรวมไว้ โดยมีเนื้อหาของประวัติเกมส์แบล็คแจ็คที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เกมส์แบล็คแจ็คเป็นที่รู้จักอย่างดีในประเทศอังกฤษ โดยเรียกว่า Pontoon และรวมทั้งประเทศออสเตรเลียด้วยเช่นกัน  โดยถูกเปลี่ยนแปลงมาจากเกมส์ที่มีชื่อว่า Vingt-et-Un ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสที่มีความหมายว่า 21 โดยเกมส์ Vingt-et-Un ได้เป็นที่รู้จักกันทั่วในประเทศฝรั่งเศส และได้รับการเล่นอย่างแพร่หลายในช่วงศตวรรษที่ 17

จุดเริ่มต้อนของผู้บุกเบิกที่ได้ทำการสร้างเกมส์แบล็คแจ็ค

จุดเริ่มต้นของเกมส์แบล็คแจ็ค มาจากเกมส์แบล็คแจ็คเป็นเกมส์ไพ่ที่ได้ถูกเล่นตั้งแต่สมัยก่อน โดย เกมส์แบล็คแจ็คก็เป็นเกมส์ไพ่ชนิดหนึ่ง ที่มีรูปแบบการเล่นด้วยไพ่เหมือนเกมส์ไพ่อื่น ๆ ตั้งแต่ก่อนสมัย 900 A.D.  ในปประเทศจีน โดยสมัยก่อนนั้นชาวจีนจะสับไพ่จากเงินกระดาษ และจากนั้นจะถูกแจกให้แก่ผู้เล่น โดยมีความหลากหลายที่ผสมกันอยู่ในเงินกระดาษนั้นและนี่คือจุดเริ่มต้นของเกมส์ไพ่ โดยจุดเริ่มต้นของเกมส์ไพ่แบล็คแจ็คนี้ จะถูกเรียกว่า “ตั๋วกระดาษ”  และในประเทศอาหรับ ตั๋วกระดาษจะถูกเรียกเพียงแค่ “ตั๋ว” เฉย ๆ โดยจะมีรูปแบบที่สวยงามของตั๋วแต่ละใบ กำหนดค่าต่าง ๆ ไว้บนตั๋วนั้นเช่นกัน หลังจากนั้น รูปแบบเหล่านี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จนเข้ามาสู่ทวีปยุโรป จึงเป็นเหตุให้ชาวยุโรปจัดทำรูปแบบของไพ่ด้วยตนเอง และทำให้รูปลักษณ์ต่างๆ  บนไพ่เป็นแนวทางที่เกี่ยวกับชาวยุโรปทั้งหมด จากนั้นจึงกลายเป็นไพ่ที่มีรูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับยุโรป ยกตัวอย่างเช่น ไพ่ K , ไพ่ Q, และ ไพ่ J สิ่งเหล่านี้ มีแรงบันดานใจที่ทำให้เกิดภาพโดยมาจากชนชั้นสูงในยุโรป ตั้งแต่ชั้นกษัตริย์จนมาถึงขุนนาง โดยรูปภาพที่ออกแบบก็สื่อถึงชั้นชั้นของคนชั้นสูงในยุโรปเหล่านี้ โดยมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่มีความแพร่หลายออกไปเรื่อยๆ จนเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบันนั่นเอง

จุดมุ่งหมายของเกมส์ Vingt-et-Un ของประเทศฝรั่งเศสก็คือ การได้รับไพ่เนเชอรัล 21 แต้มจากครั้งแรกของการแจกไพ่  หรือคนแรกที่มีแต้มถึง 21 ก่อน จะเป็นผู้ได้รับรางวัลและได้รับเงินเดิมพันทั้งหมดของผู้เล่นรายอื่น ๆ ด้วย

 

การปรากฏตัวของเกมส์แบล็คแจ็คสมัยใหม่

แบล็คแจ็คในเวอร์ชั่นสมัยใหม่ของยุคปัจจุบันนี้ มีความเป็นมาที่ค่อนข้างหลากหลายและยาวนาน  โดยจุดเริ่มต้นของรูปแบบเกมส์ที่เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน เริ่มแรกได้เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนช่วงแรก ๆ จะอยู่ที่ประมาณปี ค.ศ. 1800 และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาเรื่อยๆ  และดีขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก โดยเกมส์แบล็คแจ็ค ถูกขนานนามในช่วงปี ค.ศ. นั้น โดยมีที่มามาจากโบนัสที่จ่ายออกของเกมส์ จะถูกแจกจ่ายให้กับผู้เล่นที่ได้รับ ไพ่ J หรือ ไพ่เอซ ของ Spades จากไพ่ที่ได้รับจากการแจกสองใบแรก  โดยหากได้ไพ่เหล่านี้ก็จะได้รับเป็นโบนัสพิเศษอย่างที่กล่าวไป โดยต้นเกิดเนิดของการจ่ายจะมีอัตราอยู่ที่ 10:1 หากผู้เล่นได้ J , A of Spades ในเกมส์ไพ่ ถึงแม้ว่าในสมัยนี้จะไม่ใช่การเอาชนะเหมือนรูปแบบเกมส์ที่ผ่านๆ มาเหมือนเมื่อก่อน ก็เพราะเกมส์ได้ถูกเปลี่ยนไปตามกติกาของช่วงสมัย โดยสมัยนี้หากมีไพ่บนมือ ที่มีค่าไพ่ 10 (ตามหน้าไพ่) และ ไพ่ที่มีรูปภาพอย่างเช่นไพ่ J,Q,K ทั่วไป ก็จะเทียบแต้มเป็น 10 แต้มหมด โดยเรทการจ่ายเงินก็จะถูกลดลงด้วย อยู่ที่ประมาณ 3:2 เท่า เพราะโอกาสในการเอาชนะนั้นมีมากขึ้น  แต่ก็คงยังเป็นรูปแบบของเกมส์แบล็คแจ็คอยู่

เมื่อวันเวลาผ่านไป  อย่างที่บอกไปแล้วว่า รูปแบบของเกมส์ก็ได้ถูกพัฒนาเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามช่วงและยุคสมัยจนมาถึงปัจจุบัน  แต่ที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงก็คือ เกมส์ไพ่แบล็คแจ็คนี้ก็ยังคงเป็นเกมส์ที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากเกมส์มีรูปแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนนั่นเอง

วิธีการเอาชนะเกมส์แบล็คแจ็ค

แบล็คแจ็คเป็นเกมส์ไพ่ที่เล่นบนกระดานหรือโต๊ะ โดยที่ผู้เล่นแข่งกับเจ้ามือ ผู้เล่นจะต้องวางเดิมพันขั้นต่ำและวางเดิมพันสูงสุดตามตาราง เจ้ามือจะแจกไพ่สองใบให้แก่ผู้เล่นแต่ละคนและตัวเอง ไพ่หนึ่งใบของเจ้ามือจะหงายขึ้น เพื่อให้ผู้เล่นเดาว่าเจ้ามือต้องการไพ่เพิ่มเติม (เรียกไพ่เพิ่ม) หรือพอใจแล้ว เจ้ามือจะได้เปรียบเพราะผู้เล่นต้องเลือกก่อนว่าจะรับไพ่เพิ่มหรือไม่ ถ้าผู้เล่นขอไพ่เพิ่มและได้แต้มเกิน 21 ถือว่า “ผู้เล่นเสีย” และแพ้การเดิมพันทันที ในแบล็คแจ็ค ไพ่คิง ควีนหรือแจ็ค และไพ่สิบแต้ม นับคะแนนเท่ากับ 10 ไพ่เอซอาจนับค่าเป็น 1 หรือ 11 ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เล่น และไพ่อื่นทั้งหมดจะมีค่าตามหน้าไพ่ (ตามจุดบนไพ่ เช่น นับได้แปด แสดงว่าแต้มเท่ากับ 8 เป็นต้น) เพื่อให้ชนะ ผู้เล่นต้องมีแต้มรวมสูงกว่าเจ้ามือ โดยต้องไม่เกิน 21 เมื่อผู้เล่นได้ไพ่สองใบรวมแต้มเท่ากับ 21 (สิบคะแนนจากไพ่สิบแต้ม ไพ่แจ๊ค ควีนหรือคิง พร้อมกับเอซ) ผู้เล่นจะชนะและได้รับการจ่ายเงินในอัตรา 3 ต่อ 2 หรือผู้เล่นจะ “เสมอ” และไม่ได้รับเงิน ถ้าเจ้ามือได้ไพ่สองใบแต้มรวม 21 หรือแบล็คแจ็ค โดยไม่คำนึงถึงแต้มรวมของผู้เล่น ถ้าผู้เล่นได้แต้มไม่เกินและแต้มทั้งหมดมากกว่าเจ้ามือ ผู้เล่นจะได้รับเงินหนึ่งเท่า (1 ต่อ 1) เช่นเดียวกับกรณีที่เจ้ามือแต้มเกินหรือแต้มรวมมากกว่า 21 แนวคิดที่อาจนำไปปรับใช้คือผู้เล่นไม่ควรจั่วไพ่ (เรียกไพ่เพิ่ม) เมื่อไพ่ของเจ้ามือที่หงายอยู่มีค่า 2, 3, 4, 5 หรือ 6 เพราะผู้เล่นทราบดีว่าเจ้ามือจะเรียกไพ่เพิ่ม ในกรณี้นี้ผู้เล่นจะ “อยู่” และไม่จั่วไพ่เพิ่ม เนื่องจากไพ่หนึ่งสำรับประกอบด้วยไพ่แต้มสิบ 16 ใบ (ประมาณหนึ่งในสามของสำหรับ) เป็นโอกาสดีที่ไพ่ที่มองไม่เห็นหรือคว่ำอยู่จะเป็นแต้มสิบและเจ้ามืออาจเรียกไพ่เพิ่มได้แต้มสิบจนแต้มเกินในที่สุด

ตัวเลือกในการเล่นเกมส์แบล็คแจ็ค

การเล่นแบล็คแจ็ค จะแตกต่างกับการเล่นไพ่ทั่วๆ  ไป เพราะผู้เล่นต้องมีการตัดสินใจต่อไพ่ที่ตนเองมีอยู่ สำหรับบางสถานการณ์ โดยตัวเลือกของการตัดสินใจต่อไพ่ ค่อนข้างมีอยู่หลากหลาย ดังนั้น สิ่งที่ผู้เล่นควรรู้ก็คือ คำศัพท์ที่นำมาใช้ในเกมส์ไพ่แบล็คแจ็คนั่นเอง  โดยจะมีเนื้อหาต่อไปนี้

  1. การประกัน (Insurance) คือ  ผู้เล่นจะได้รับการเสนอโอกาสให้ซื้อประกันก็ต่อเมื่อ ไพ่ในมือของเจ้ามือมีเอซ โดยเงื่อนไขนี้เป็นการเดิมพันแยกว่า ไพ่เจ้ามือที่ถูกคว่ำอยู่ มีสิทธิ์จะเป็น 10 แต้ม นั่นหมายถึงโอกาสที่เจ้าชนะแบล็คแจ็ค การประกันก็จะช่วยลดการจ่ายเงินเสียของผู้เล่นเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น
  2. การยอมแพ้  (Surrender)  คือ สำหรับคาสิโนออนไลน์บางที่ จะมีการให้ผู้เล่นขอยอมแพ้ได้  นั่นหมายถึงว่า ผู้เล่นเห็นไพ่สองใบแรกของผู้เล่นแล้วเห็นว่า มีโอกาสที่จะเสียเงินสูงเพราะแต้มไพ่น้อยเกินไป หากเรียกเพิ่ม ก็อาจจะเสี่ยงที่มีแต้มเกิน 21 ดังนั้น จึงเลือกใช้ตัวเลือกนี้ เพื่อตัดสินใจยอมเสียเงิมเดิมพันเพียงครึ่งหนึ่งนั้น
  3. การแยกไพ่  (Split) คือ หากผู้เล่นได้รับไพ่สองใบแรกเป็นไพ่คู่ หรือไพ่ที่มีค่าเท่ากัน J-10, 8-8, 2-2  เป็นต้นผู้เล่นสามารถแยกไพ่ในมือได้เป็นสองมือ เพื่อเริ่มต้นไพ่ด้วยใบเดียวกัน และถ้าหากได้ไพ่ใบเดิมอีกครั้ง ก็สามารถแยกได้อีก โดยแยกได้สูงสุด 4 มือ