วิธีการเอาชนะเกมส์แบล็คแจ็ค

วิธีการเอาชนะเกมส์แบล็คแจ็ค

สอนเคล็ดลับการเอาชนะเกมส์แบล็คแจ็ค

แบล็คแจ็คเป็นเกมส์ที่มีความโดดเด่นอย่างมาก สำหรับเกมส์ต่าง ๆ ประเภทคาสิโน ในโลกของเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ เพราะเกมส์แบล็คแจ็คมีวิธีการเอาชนะ โดยจะขึ้นอยู่กับหลักการและกลยุทธ์มากกว่าการพึ่งโชคและดวง เมื่อเทียบกับเกมส์คาสิโนประเภทอื่น  การเรียนรู้องค์ประกอบของพื้นฐานบางส่วนในเกมส์แบล็คแจ็ค จะทำให้ผู้เล่นสามารถเอาชนะเกมส์ได้ง่ายขึ้นมากกว่าที่ไม่รู้อะไรเลย โดยหากผู้เล่นมีความรู้เกี่ยวกับหลักการและวิธีการเอาชนะเกมส์ จะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะเกมส์แบล็คแจ็คได้มากขึ้น

หลักการพื้นฐานของวิธีการเอาชนะเกมส์แบล็คแจ็ค

สำหรับหลักการของวิธีการเอาชนะเกมส์แบล็คแจ็ค จะมีพื้นฐานอยู่กับสองสิ่งที่สำคัญดังนี้  สิ่งแรกก็คือ จะมีไพ่ที่มีแต้มมากกว่า 10 แต้ม ในสำหรับไพ่ของเกมส์แบล็คแจ็ค ที่มีมากกว่าใบแต้มอื่นๆ เพราะพื้นฐานของจำนวนไพ่ทุกสำรับ จะมีจำนวนทั้งหมด 52 ใบ ในเกมส์แบล็คแจ็ค อย่างเช่น มีไพ่แต้ม 2 จำนวน 4 ใบ,มีไพ่แต้ม 3 จำนวน 4 ใบ,มีไพ่แต้ม 4 จำนวน 4 ใบ และจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ 2-9 ตามค่าหน้าไพ่ แต่หากนอกเหนือจากแต้มตามค่าหน้าไพ่เหล่านี้ สำหรับเกมส์แบล็คแจ็ค จะมีไพ่ที่มีแต้มเท่ากับ 10 แต้ม จำนวนทั้งสิ้น 16 ใบในหนึ่งสำรับ  นั่นก็เพราะว่า ภายใต้กฏและกติกาของเกมส์แบล็คแจ็ค ไพ่ที่มีแต้มเท่ากับ 10 แต้มจะมาจากไพ่ 10, J, Q, K ไพ่เหล่านี้จะมีแต้มเท่ากับ 10 แต้ม ความหลากหลายของไพ่ที่มีอยู่มากในจำนวน 10 แต้มนี้ มีความหมายว่า ดีลเลอร์อาจจะมีไพ่ในมืออยู่ หรือแม้แต่ ไพ่จะถูกจั่วออกมาจากสำรับก็เป็นไพ่ 10 แต้มได้ คือไม่ว่าจะทางใดก็แล้วแต่ ความเป็นไปได้ที่มีจะมีไพ่ 10 แต้มนั่นมีโอกาสอยู่ มากพอสมควร และนี่ก็คือความจริง ที่ผู้เล่นสามารถนำไปใช้เพื่อเป็นโอกาสในการเอาชนะเกมส์แบล็คแจ็คได้อย่างแน่นอน

 

รู้หรือไม่ว่าดีลเลอร์ต้องเล่นตามกฏของแบล็คแจ็คเหมือนกับหุ่นยนต์คอยทำตามคำสั่ง

เราได้กล่าวหลักการพื้นฐานของวิธีการเอาชนะเกมส์แบล็คแจ็คไปเรียบร้อยแล้ว ในเรื่องของการนึกถึงหรือคำนวณความเป็นไปได้ ที่ไพ่จะปรากฏออกมา  โดยหลักการประการที่สองคือ จะเป็นการกล่าวถึงหลักการการทำงานของวิธีการเล่นของดีลเลอร์ เนื่องจากว่าดีลเลอร์มีกฏและข้อปฏิบัติที่ชัดเจนในการเล่นเกมส์แบล็คแจ็ค  สำหรับผู้เล่น ผู้เล่นจะมีอิสระในการดำเนินการกับไพ่ทั้งหมด โดยตัดสินใจด้วยตนเองได้เลย ว่าต้องการให้ไพ่ออกมาในรูปแบบใด ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายดีลเลอร์จะไม่มีอิสระในการทำเช่นนั้น  กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ฝ่ายผู้เล่นเมื่อเล่นเกมส์แบล็คแจ็คก็จะสามารถเลือกปฏบัติได้ทุกอย่าง ตามที่ต้องการและตัดสินใจ แต่ทางฝ่ายดีลเลอร์ เมื่อเล่นเกมส์แบล็คแจ็คจะเปรียบเสมือนกับหุ่นยนต์  เมื่อผู้เล่นเล่นเกมส์แบล็คแจ็ค ผู้เล่นจะสามารถตัดสินใจได้ว่าต้องการเลือกที่จะ เรียกไพ่เพิ่ม หรือว่า อยู่ไพ่ เมื่อไพ่ปรากฏอยู่ตรงหน้า หรือหากได้ไพ่คู่ก็จะสามารถเลือกได้ว่าต้องการจะแยกไพ่หรือไม่ แม้แต่ กรณีที่ไพ่ได้เปรียบ ก็สามารถเลือกได้วางเดิมพันได้เพิ่มอีกเช่นกัน หรือกรณีที่ไพ่เสียเปรียบ ก็เลือกได้วางต้องการยอมแพ้ เพื่อเสียเงินเดิมพันเพียงแค่ครึ่งเดียว ก็ได้อีกเช่นกัน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่นทั้งหมด

กลับมาทางด้านของดีลเลอร์ ในทางกลับกัน จะไม่สามารถตัดสินใจหรือเลือกกระทำการใดใดได้เลยตามอิสระ  เพราะดีลเลอร์จะต้องมีวิธีการเล่นที่อยู่ในกรอบของเกมส์แบล็คแจ็ค เปรียบเสมือนกับหุ่นยนต์ ยกตัวอย่างเช่นไพ่ของดีเลอร์มี 16 แต้ม (หรืออาจจะมีแต้มน้อยกว่านั้น) แต่กฏของเกมส์แบล็คแจ็คจะบังคับให้ดีลเลอร์ ต้องจั่วหรือเรียกไพ่เพิ่ม แต่หากมีแต้มในมือมากกว่า 17 แต้มขึ้นไป ดีลเลอร์จะไม่จั่วไพ่ใดใดเพิ่มเติม กฏจะบังคับเอาไว้ว่า ดีลเลอร์จะต้องอยู่ไพ่ และนี่ก็คือตัวอย่างของกรณีที่ว่า ทำไมดีลเลอร์จึงเล่นเกมส์ไพ่เหมือนกับหุ่นยนต์ เพราะดีลเลอร์จะไม่มีอิสระในการตัดสินใจใดใดในเกมส์แบล็คแจ็คเลย

 

วิธีการทำงานของเกมส์แบล็คแจ็ค

มาถึงตอนนี้เราจะมาอธิบายกันว่า หลักการทั้งสองประการที่ได้กล่าวไปนั้น สำหรับไพ่ที่มีแต้ม 10 แต้ม  และสภาวะที่ดีลเลอร์ไม่สามารถมีอิสระในการตัดสินใจขณะที่เดิมพันได้นั้น ต่อไปนี้เราจะเริ่มเข้าสู่เนื้อหาของการเล่นเกมส์แบล็คแจ็คอย่างจริงจัง  สมมุติขณะนี้ ผู้เล่นมีไพ่อยู่หน้าตักโดยไพ่มีแต้มจำนวนทั้งหมด 14 แต้ม และทางดีลเลอร์นั้นไพ่ที่ถูกโชว์คือ 6 แต้ม วิธีการเล่นที่ควรเลือกนำมาใช้ ในแบบที่ดีที่สุดก็คือ ให้ผู้เล่นเลือกอยู่ไพ่ หรือ Stand  รู้หรือไม่ว่าทำไม? ก่อนอื่น ผู้เล่นรู้อยู่แล้วว่า ความเป็นไปได้มากที่สุดที่ทางดีลเลอร์ มีไพ่อีกหนึ่งใบคว่ำหน้าเอาไว้ คือ 10 แต้ม เท่ากับนำแต้มดีลเลอร์มารวมกันตอนนี้ ดีลเลอร์จะมีคะแนนแต้มไพ่อยู่ 16 แต้ม  หากทางดีลเลอร์มีอิสระในการเล่น แน่นอนเราคิดว่า ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เลือกที่จะอยู่ไพ่แน่นอน เพราะอย่างไรเขาก็ชนะผู้เล่นได้ เพราะไพ่ผู้เล่นมีเพียง 14 แต้ม แต่เพราะเนื่องจากว่า ผู้เล่นไม่สามารถเล่นนอกเหนือจากกฏของเกมส์แบล็คแจ็คได้  เพราะฉะนั้น ดีลเลอร์จึงจำเป็นที่จะต้องเรียกไพ่เพิ่ม ก็คือจั่วไพ่อีกหนึ่งใบนั่นเอง และในกรณีนี้ ชี้ให้เห็นชัดเจนว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ไพ่ที่จะถูกจั่วออกมานั้น จะมีแต้มมากกว่า 6 แต้มขึ้นไป ทำให้แต้มที่จะได้เกินว่า 21 แต้มของเกมส์แบล็คแจ็ค และจะพ่ายแพ้ในทันที  ดังนั้นด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้ผู้เล่นเอาชนะฝ่ายดีลเลอร์ได้ด้วยแต้มเพียงแค่ 14 แต้มนั่นเอง

เมื่อผู้เล่นรู้ดังนี้แล้ว ผู้เล่นจะเห็นว่าหลักการสำคัญจากสองประการที่เราต้องการชี้แจ้งให้ผู้เล่นเห็นนั้น คือวิธีการที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเอาชนะเกมส์แบล็คแจ็ค ด้วยการที่ผู้เล่นเลือกที่จะอยู่ไพ่ เมื่อผู้เล่นมีแต้มเพียง 14 แต้มและดีลเลอร์ โชว์หน้าไพ่ที่หงายเป็น 6 แต้ม  หลักการไม่ได้มีความยุ่งยากมากมาย หากผู้เล่นพยายามอ่านและทำความเข้าใจเพิ่มเติม ฝึกหัดไปเรื่อย ๆ โดยนำหลักการเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ เรารับรองว่าผู้เล่นจะสามารถมีโอกาสในการเอาชนะเกมส์เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

วิธีการนับแต้มไพ่ในเกมส์แบล็คแจ็ค  

สำหรับวิธีการนับแต้ไพ่ในเกมส์แบล็คแจ็คนี้ ถือว่าเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญ ที่ผู้เล่นต้องรู้ก่อนการเล่นเกมส์แบล็คแจ็ค  โดยไพ่แบล็คแจ็คมีหลักการเอาชนะเกมส์ก็คือ ฝ่ายใดก็ตามที่มีแต้มไพ่เท่ากับ 21 แต้ม จะถือว่าชนะ หรือฝ่ายใดก็ตามที่มีแต้มไพ่มากกว่ากันและเข้าใกล้แต้ม 21 มากที่สุด จะเป็นฝ่ายชนะ ส่วนวิธีการนับแต้มไพ่ในเกมส์แบล็คแจ็คจะมีดังนี้

  • ไพ่ที่มีหน้าไพ่เป็นตัวเลข  จะมีค่าแต้มไพ่เท่ากับตัวเลขหน้าไพ่
  • ไพ่ที่มีหน้าไพ่เป็นตัวอักษร  จะมีค่าแต้มไพ่เท่ากับ 10 แต้ม เช่น 10, J, Q, K
  • ไพ่ที่มีหน้าไพ่เป็นตัวอักษรเอซ  (A) จะมีค่าแต้มไพ่เท่ากับ 1 หรือ 11 แต้มก็ได้